วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552
ธปท.ยันยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย
จัดทำโดย นางสาว ชลาลัย เขมะอินธิชัย ID 5001103011
ธปท. ยันใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายประคับประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวเปราะบาง ระบุยังไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแม้ธนาคารกลางต่างประเทศจะ เริ่มปรับขึ้น วันนี้(15 ก.ย.) นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเปิดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2552 ของธนาคารแห่งประเทศไทยให้หัวข้อ “รับมือวิกฤตเศรษฐกิจโลก มองอนาคตเศรษฐกิจไทย” ว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มาตรการทางการเงิน และการคลังของทั่วโลกทำให้เศรษฐกิจโลกเห็นสัญญาณการทรงตัว และในประเทศไทยตัวเลขที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับตัวดีขึ้น บางแล้ว แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทย ได้ผ่านจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจมาแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลกยังคงเปราะบาง และมีความเสี่ยงในช่วงต่อไปในหลายเรื่อง “สำหรับความเสี่ยงที่จะต้องระวังเพื่อประคับประคองให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ไทยเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง คือ การเร่งการใช้จ่าย และการลงทุนในโครงการต่างๆ ของรัฐบาลที่เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในขณะ นี้ จะต้องมีการบริหารจัดการให้ลงทุนได้ตามเวลาที่กำหนด เพื่อดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนที่ยังคงขยายตัวต่ำมากในช่วงที่ผ่านมาให้ปรับ ตัวดีขึ้น ดังนั้น จึงต่อเนื่องไปถึงเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ และการรับมือต่อการชุมนุมกรณีต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่กำหนดว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปได้อย่างไร” ผู้ว่าการธปท. กล่าวนางธาริษา กล่าวต่อว่า ในส่วนของการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงต่อไป เพื่อที่จะช่วยประคองเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางนั้น ธปท.ยังคงดูแลต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของนโยบายอัตราดอกเบี้ย นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท และการอำนวยความสะดวกในเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน และช่องทางในการกระจายสินเชื่อของสถาบันการเงิน เมื่อพิจารณาจากสภาพคล่องของระบบการเงิน และอัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงยังไม่มีความจำเป็นที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเร็วๆ นี้ แม้ธนาคารกลางต่างประเทศได้เริ่มปรับขึ้นกันบ้างแล้ว โดยอัตราดอกเบี้ยต่ำ ยังคงเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไปขณะเดียวกัน ธปท.ยังคงดูแลค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา แม้ว่าจะพิจารณาเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯค่าเงินบาทอาจจะแข็งค่าต่อ เนื่อง ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงมากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่การส่งออกขยายตัวติดลบ แต่การนำเข้าติดลบมากกว่า เพราะไม่มีการลงทุนใหม่ หรือการเพิ่มการสั่งซื้อวัตถุดิบ ผู้ว่าการธปท. กล่าวอีกว่า หากพิจารณาจากดัชนีค่าเงินบาทที่แท้จริง (NEER) ที่เป็นตัวชี้ความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ ค่าเงินบาทยังคงเกาะกลุ่มกับประเทศคู่แข่ง และธปท.จะดูแลให้เป็นเช่นนี้ต่อไป นอกจากนั้น หากในช่วงต่อไป การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง ขณะที่นโยบายการใช้จ่าย และการลงทุนของรัฐบาลทำได้ตามเป้า และมีการลงทุนของภาครัฐนำ ส่งผลให้มีการลงทุนของภาคเอกชนตามมา การนำเข้าจะเพิ่มขึ้น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจะน้อยลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทในระยะต่อไป
http://www.thairath.co.th/content/eco/33165
คำถาม
1."ธปท." ย่อมาจากคำว่าอะไร
2."neer" คืออะไร
3."ธปท." กล่าวเปิดงานสัมมนาในหัวข้อเรื่องอะไร
ธปท. ยันใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายประคับประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวเปราะบาง ระบุยังไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแม้ธนาคารกลางต่างประเทศจะ เริ่มปรับขึ้น วันนี้(15 ก.ย.) นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเปิดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2552 ของธนาคารแห่งประเทศไทยให้หัวข้อ “รับมือวิกฤตเศรษฐกิจโลก มองอนาคตเศรษฐกิจไทย” ว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มาตรการทางการเงิน และการคลังของทั่วโลกทำให้เศรษฐกิจโลกเห็นสัญญาณการทรงตัว และในประเทศไทยตัวเลขที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับตัวดีขึ้น บางแล้ว แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทย ได้ผ่านจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจมาแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลกยังคงเปราะบาง และมีความเสี่ยงในช่วงต่อไปในหลายเรื่อง “สำหรับความเสี่ยงที่จะต้องระวังเพื่อประคับประคองให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ไทยเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง คือ การเร่งการใช้จ่าย และการลงทุนในโครงการต่างๆ ของรัฐบาลที่เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในขณะ นี้ จะต้องมีการบริหารจัดการให้ลงทุนได้ตามเวลาที่กำหนด เพื่อดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนที่ยังคงขยายตัวต่ำมากในช่วงที่ผ่านมาให้ปรับ ตัวดีขึ้น ดังนั้น จึงต่อเนื่องไปถึงเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ และการรับมือต่อการชุมนุมกรณีต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่กำหนดว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปได้อย่างไร” ผู้ว่าการธปท. กล่าวนางธาริษา กล่าวต่อว่า ในส่วนของการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงต่อไป เพื่อที่จะช่วยประคองเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางนั้น ธปท.ยังคงดูแลต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของนโยบายอัตราดอกเบี้ย นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท และการอำนวยความสะดวกในเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน และช่องทางในการกระจายสินเชื่อของสถาบันการเงิน เมื่อพิจารณาจากสภาพคล่องของระบบการเงิน และอัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงยังไม่มีความจำเป็นที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเร็วๆ นี้ แม้ธนาคารกลางต่างประเทศได้เริ่มปรับขึ้นกันบ้างแล้ว โดยอัตราดอกเบี้ยต่ำ ยังคงเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไปขณะเดียวกัน ธปท.ยังคงดูแลค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา แม้ว่าจะพิจารณาเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯค่าเงินบาทอาจจะแข็งค่าต่อ เนื่อง ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงมากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่การส่งออกขยายตัวติดลบ แต่การนำเข้าติดลบมากกว่า เพราะไม่มีการลงทุนใหม่ หรือการเพิ่มการสั่งซื้อวัตถุดิบ ผู้ว่าการธปท. กล่าวอีกว่า หากพิจารณาจากดัชนีค่าเงินบาทที่แท้จริง (NEER) ที่เป็นตัวชี้ความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ ค่าเงินบาทยังคงเกาะกลุ่มกับประเทศคู่แข่ง และธปท.จะดูแลให้เป็นเช่นนี้ต่อไป นอกจากนั้น หากในช่วงต่อไป การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง ขณะที่นโยบายการใช้จ่าย และการลงทุนของรัฐบาลทำได้ตามเป้า และมีการลงทุนของภาครัฐนำ ส่งผลให้มีการลงทุนของภาคเอกชนตามมา การนำเข้าจะเพิ่มขึ้น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจะน้อยลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทในระยะต่อไป
http://www.thairath.co.th/content/eco/33165
คำถาม
1."ธปท." ย่อมาจากคำว่าอะไร
2."neer" คืออะไร
3."ธปท." กล่าวเปิดงานสัมมนาในหัวข้อเรื่องอะไร
วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552
โบรกฯทำนายหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวขึ้น
จัดทำโดย น.ส.ศิรินทิพย์ เสือพลาย เลขทะเบียน 5001103024
โบรกฯทำนายหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวขึ้น
ตามดาวโจนส์บวกเกือบ 100 จุด แถมตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนยืนแดนบวก เตือนการเมืองสัปดาห์นี้ เริ่มมีน้ำหนัก หลังกกต.เตรียมลงดาบ 44 ส.ส.ถือหุ้นรัฐฯ-แก้รธน.-นปช.เลื่อนชุมนุมใหญ่ไป 19 ก.ย. แนะทยอยซื้อ ให้แนวรับที่ 662 จุด แนวต้าน 675 จุด นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส กล่าวถึงแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้ (7 ก.ย.)ว่า ดัชนีฯมีโอกาสแกว่งตัวขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์คที่ปรับตัว เพิ่มขึ้นประมาณ 96 จุด หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าตัวเลขตัวเลขการปลดพนักงานในเดือน ส.ค.ที่น้อยกว่าตลาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกจากทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ที่ปรับเปิดตลาดปรับ ตัวเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตามในวันนี้ยังมีปัจจัยที่กดดันหุ้นขนาดใหญ่ อาทิหุ้นในกลุ่มพลังงานไม่ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดหุ้นอยู่ในช่วงภาวะการปรับฐานส่งผลให้มีการสลับการลงทุนจาก หุ้นขนาดใหญ่และหันไปลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กแทน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังเคลื่อนไหวทรงตัวทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดเช้าที่ระดับ 10,290.78 จุด เพิ่มขึ้น 103.67 จุด ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกง เวลา 09:01 น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 20,502.85 จุด เพิ่มขึ้น 184.23 จุด และราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคม ที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ราคา68.02 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 6 เซนต์ด้ายนปัจจัยหลักที่จะต้องติดตามคือประเด็นการเคลื่อนไหวการเมืองในประเทศที่ หลายประเด็นได้เริ่มกลับมามีน้ำหนักและอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน ซึ่งประกอบด้วยกรณีการแก้รัฐธรรมนูญ, กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จะมีการลงมติตัดสินกรณี 44 ส.ส.ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานรัฐและหุ้นในกิจการสื่ในสัปดาห์นี้จะเข้า ข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และกรณีแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ นปช. เลื่อนการชุมนุมออกไปเป็นวันที่ 19 ก.ย.กลยุทธ์การลงทุน แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีฯปรับตัวลดลง โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 662 จุด แนวต้าน 675 จุด
ที่มา http://www.thairath.co.th/content/eco/31398
คำถาม
1.แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้ (7 ก.ย.)ว่า ดัชนีฯมีโอกาสแกว่งตัวขึ้น เนื่องจากอะไร
2.ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดเช้าที่ระดับกี่จุด เพิ่มขึ้นกี่จุด
3.ราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคม ที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ราคาเท่าไหร่ เพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซนต์
โบรกฯทำนายหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวขึ้น
ตามดาวโจนส์บวกเกือบ 100 จุด แถมตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนยืนแดนบวก เตือนการเมืองสัปดาห์นี้ เริ่มมีน้ำหนัก หลังกกต.เตรียมลงดาบ 44 ส.ส.ถือหุ้นรัฐฯ-แก้รธน.-นปช.เลื่อนชุมนุมใหญ่ไป 19 ก.ย. แนะทยอยซื้อ ให้แนวรับที่ 662 จุด แนวต้าน 675 จุด นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส กล่าวถึงแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้ (7 ก.ย.)ว่า ดัชนีฯมีโอกาสแกว่งตัวขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์คที่ปรับตัว เพิ่มขึ้นประมาณ 96 จุด หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าตัวเลขตัวเลขการปลดพนักงานในเดือน ส.ค.ที่น้อยกว่าตลาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกจากทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ที่ปรับเปิดตลาดปรับ ตัวเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตามในวันนี้ยังมีปัจจัยที่กดดันหุ้นขนาดใหญ่ อาทิหุ้นในกลุ่มพลังงานไม่ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดหุ้นอยู่ในช่วงภาวะการปรับฐานส่งผลให้มีการสลับการลงทุนจาก หุ้นขนาดใหญ่และหันไปลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กแทน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังเคลื่อนไหวทรงตัวทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดเช้าที่ระดับ 10,290.78 จุด เพิ่มขึ้น 103.67 จุด ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกง เวลา 09:01 น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 20,502.85 จุด เพิ่มขึ้น 184.23 จุด และราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคม ที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ราคา68.02 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 6 เซนต์ด้ายนปัจจัยหลักที่จะต้องติดตามคือประเด็นการเคลื่อนไหวการเมืองในประเทศที่ หลายประเด็นได้เริ่มกลับมามีน้ำหนักและอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน ซึ่งประกอบด้วยกรณีการแก้รัฐธรรมนูญ, กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จะมีการลงมติตัดสินกรณี 44 ส.ส.ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานรัฐและหุ้นในกิจการสื่ในสัปดาห์นี้จะเข้า ข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และกรณีแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ นปช. เลื่อนการชุมนุมออกไปเป็นวันที่ 19 ก.ย.กลยุทธ์การลงทุน แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีฯปรับตัวลดลง โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 662 จุด แนวต้าน 675 จุด
ที่มา http://www.thairath.co.th/content/eco/31398
คำถาม
1.แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้ (7 ก.ย.)ว่า ดัชนีฯมีโอกาสแกว่งตัวขึ้น เนื่องจากอะไร
2.ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดเช้าที่ระดับกี่จุด เพิ่มขึ้นกี่จุด
3.ราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคม ที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ราคาเท่าไหร่ เพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซนต์
วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552
ฟาสต์แทร็กดึงศก.โต0.9%
จัดทำโดย น.ส. สวรรยา ฐิติเพิ่มพงศ์ เลขทะเบียน 5001103045
ฟาสต์แทร็กดึงศก.โต0.9%
คลังฝันปั้นสินเชื่อธนาคาร 9.27 แสนล้านบาท ดันเศรษฐกิจโตอีก 0.9%
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยในการแถลงข่าวโครงการสินเชื่ออนุมัติด่วน (ฟาสต์แทร็ก) เพื่อช่วยเหลือธุรกิจไทยว่า ได้ตั้งเป้าหมายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 6 แห่ง อนุมัติสินเชื่อเพิ่มขึ้นอีก 3 แสนล้านบาท จากเป้าหมายเดิม 6.25 แสนล้านบาท เพิ่มใหม่เป็น 9.27 แสนล้านบาท โดยได้ตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายสินเชื่อให้ได้ 80% ของวงเงินสินเชื่อที่ตั้งไว้ภายในสิ้นปี 2552
นายกรณ์ กล่าวว่า หากดำเนินการตามแผนจะส่งผลช่วยกระตุ้นการบริโภค การลงทุน และการส่งออกเพิ่มขึ้น และมีผลให้เศรษฐกิจในปี 2552 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.5-0.9%
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ปล่อยสินเชื่อรวมกันเป็นเงินกว่า 6.22 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 99.54%
นายกรณ์ กล่าวว่า ผลจากมาตรการดังกล่าวจะทำให้มีประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มขึ้น 7.3 แสนราย แยกเป็นเกษตรกร 1.75 แสนราย ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย 5.5 แสนราย เอสเอ็มอี ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกว่า 3,000 ราย และผู้ส่งออกอีก 1,500 ราย
“การปล่อยกู้รอบนี้จะผูกติดกับการทยอยเพิ่มทุนให้แต่ละธนาคารตามฝีมือการปล่อยสินเชื่อด้วย” นายกรณ์ กล่าว โครงการสินเชื่อฟาสต์แทร็กที่ดำเนินการในครั้งเพื่อแก้ปัญหาในหลายเรื่อง ได้แก่ การเร่งอนุมัติสินเชื่อของทุกธนาคารภายใน 3, 5, 7, 15 หรือ 21 วัน ตามประเภทและขนาดของวงเงินสินเชื่อ โดยกระจายอำนาจในการตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อให้กับระดับสาขา การปรับปรุงแบบฟอร์มและขั้นตอนการขออนุมัติสินเชื่อให้กระชับขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง กล่าวว่า หากธนาคารเห็นว่าการปล่อยสินเชื่อตามโครงการจะมีปัญหาหนี้เสียเกิดขึ้น ก็ขอให้เสนอขอให้มีการแยกบัญชีได้ในการประชุมคณะกรรมการเร่งรัดสินเชื่อ ที่จะมีการประชุมกันทุกสัปดาห์ และวันที่ 1 ก.ย. จะเสนอต่อครม. อนุมัติให้แยกบัญชีสำหรับการค้ำประกันสินเชื่อในโครงการฟาสต์แทร็กของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เพื่อให้ขยายสินเชื่อลงไป 3 หมื่นล้านบาท
แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์โพลต์ทูเดย์
คำถาม
1. ธนาคารออมสินได้ปล่อยสินเชื่อจากโครงการอนุมัติด่วนฟาสต์แทร็กเท่าไร
2. โครงการสินเชื่ออนุมัติด่วน (ฟาสต์แทร็ก)ได้ตั้งเป้าหมายว่าให้สถาบันการเงินใดปล่อยสินเชื่อ และกี่แห่ง
3. โครงการสินเชื่ออนุมัติด่วน (ฟาสต์แทร็ก)ได้เพิ่มวงเงินสินเชื่อจากเดิมเท่าไร และเพิ่มจนถึงเท่าไร
ฟาสต์แทร็กดึงศก.โต0.9%
คลังฝันปั้นสินเชื่อธนาคาร 9.27 แสนล้านบาท ดันเศรษฐกิจโตอีก 0.9%
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยในการแถลงข่าวโครงการสินเชื่ออนุมัติด่วน (ฟาสต์แทร็ก) เพื่อช่วยเหลือธุรกิจไทยว่า ได้ตั้งเป้าหมายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 6 แห่ง อนุมัติสินเชื่อเพิ่มขึ้นอีก 3 แสนล้านบาท จากเป้าหมายเดิม 6.25 แสนล้านบาท เพิ่มใหม่เป็น 9.27 แสนล้านบาท โดยได้ตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายสินเชื่อให้ได้ 80% ของวงเงินสินเชื่อที่ตั้งไว้ภายในสิ้นปี 2552
นายกรณ์ กล่าวว่า หากดำเนินการตามแผนจะส่งผลช่วยกระตุ้นการบริโภค การลงทุน และการส่งออกเพิ่มขึ้น และมีผลให้เศรษฐกิจในปี 2552 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.5-0.9%
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ปล่อยสินเชื่อรวมกันเป็นเงินกว่า 6.22 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 99.54%
นายกรณ์ กล่าวว่า ผลจากมาตรการดังกล่าวจะทำให้มีประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มขึ้น 7.3 แสนราย แยกเป็นเกษตรกร 1.75 แสนราย ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย 5.5 แสนราย เอสเอ็มอี ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกว่า 3,000 ราย และผู้ส่งออกอีก 1,500 ราย
“การปล่อยกู้รอบนี้จะผูกติดกับการทยอยเพิ่มทุนให้แต่ละธนาคารตามฝีมือการปล่อยสินเชื่อด้วย” นายกรณ์ กล่าว โครงการสินเชื่อฟาสต์แทร็กที่ดำเนินการในครั้งเพื่อแก้ปัญหาในหลายเรื่อง ได้แก่ การเร่งอนุมัติสินเชื่อของทุกธนาคารภายใน 3, 5, 7, 15 หรือ 21 วัน ตามประเภทและขนาดของวงเงินสินเชื่อ โดยกระจายอำนาจในการตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อให้กับระดับสาขา การปรับปรุงแบบฟอร์มและขั้นตอนการขออนุมัติสินเชื่อให้กระชับขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง กล่าวว่า หากธนาคารเห็นว่าการปล่อยสินเชื่อตามโครงการจะมีปัญหาหนี้เสียเกิดขึ้น ก็ขอให้เสนอขอให้มีการแยกบัญชีได้ในการประชุมคณะกรรมการเร่งรัดสินเชื่อ ที่จะมีการประชุมกันทุกสัปดาห์ และวันที่ 1 ก.ย. จะเสนอต่อครม. อนุมัติให้แยกบัญชีสำหรับการค้ำประกันสินเชื่อในโครงการฟาสต์แทร็กของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เพื่อให้ขยายสินเชื่อลงไป 3 หมื่นล้านบาท
แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์โพลต์ทูเดย์
คำถาม
1. ธนาคารออมสินได้ปล่อยสินเชื่อจากโครงการอนุมัติด่วนฟาสต์แทร็กเท่าไร
2. โครงการสินเชื่ออนุมัติด่วน (ฟาสต์แทร็ก)ได้ตั้งเป้าหมายว่าให้สถาบันการเงินใดปล่อยสินเชื่อ และกี่แห่ง
3. โครงการสินเชื่ออนุมัติด่วน (ฟาสต์แทร็ก)ได้เพิ่มวงเงินสินเชื่อจากเดิมเท่าไร และเพิ่มจนถึงเท่าไร
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)